<?xml version="1.0" encoding="tis-620"?>
<!-- generator="mybloggie/ " -->
<rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">
     <channel>
        <title>MC Blog Gang</title>
        <link>http://www.montfort.ac.th</link>
        <description>mcBloggie - Montfort College Weblog</description>
        <docs>http://backend.userland.com/rss</docs>
        <generator>http://mybloggie.mywebland.com/?v= </generator>
                <item>
            <title>webmaster พาเที่ยววัดพระแก้ว</title>
            <link>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=20</link>
			<pubDate>06-10-2006 14:46:44</pubDate>
            <category>General</category>
            <guid>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=20</guid>
            <description>วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เรียกกันเป็นสามัญว่า วัดพระแก้ว ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ทางทิศตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง มีพระระเบียงล้อมรอบเป็นอาณาบริเวณ ทางด้านหน้ามีประตูสวัสดิโสภา ซึ่งเป็นประตูกำแพงพระบรมมหาราชวังเป็นทางเข้าพระอาราม สามารถติดต่อกับเขตพระราชฐานชั้นกลางได้ทางประตูดุสิตศาสดา

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_10.jpg'></div>

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ พร้อมกับการสร้างพระบรมมหาราชวังและกรุงรัตนโกสินทร์ ตามประเพณีการสร้างพระอารามในพระราชฐานสมัยอยุธยา โดยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และเป็นสถานที่บำเพ็ญพระราชกุศล ได้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรจากกรุงธนบุรีมาประดิษฐาน เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๒๗ 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_11.jpg'></div>

มาแล้ว ถ้าไม่ได้เดินดูจิตรกรรมฝาผนัง ก็ต้องถือว่ายังมาไม่ถึงวัดพระแก้ว 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_12.jpg'></div>

การที่เลือกเรื่องรามเกียรติ์มาวาดเป็นจิตรกรรมฝาผนังในวัดพระแก้ว ซึ่งเป็นวัดในพระบรมมหาราชวังนี่ก็มีที่มาที่ไปเหมือนกัน 
เพราะจากความเชื่อของเราที่ว่าพระมหากษัตริย์นั้น ทรงเป็นพระนารายณ์อวตารลงมาปราบทุกข์เข็ญอย่างเดียวกับพระรามในเรื่องรามเกียรติ์ เพราะงั้นภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์ จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องของใครอื่น แต่เป็นเรื่องราวพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์นั่นเอง 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_13.jpg'></div>

จีน - ไทย ใช่อื่นไกล 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_14.jpg'></div>

ดวกบัวในวัด

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_15.jpg'></div>

ช่างกำลังซ่อมภาพจิตรกรรมฝาผนัง 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_16.jpg'></div>

ลิงและยักษ์แบกสุวรรณเจดีย์ แบกมา 200 กว่าปีแล้ว ถึงจะเหนื่อยแต่ยังสู้อยู่ 
เจดีย์นี้รัชกาลที่ 1 โปรดให้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระชนกชนนี ซึ่งเป็นตามธรรมเนียมการสร้างวัดที่จะสร้างเจดีย์คู่ไว้หน้าวัด เป็นการอุทิศแก่บิดามารดาของผู้สร้าง ที่ฐานเจดีย์เป็นรูปยักษ์กับกระบี่ (ลิง) แบกเจดีย์
ตัวไหนเป็นยักษ์ ตัวไหนเป็นลิง สังเกตได้อย่างหนึ่งง่าย ๆ คือ ลิงไม่ใส่รองเท้าจ้า 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_17.jpg'></div>

บัวต่างสี 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_18.jpg'></div>

กินนรีบริเวณลานด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_19.jpg'></div>

สุวรรณเจดีย์ 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_20.jpg'></div>

เหนื่อยนักก็พักก่อน
ไทย จีน ฝรั่ง เดินเยอะๆก็เหนื่อยเหมือนกันแหละครับ 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_21.jpg'></div>

ไกด์ชาวไทย กำลังบรรยายเป็นภาษาเยอรมันให้นักท่องเที่ยวฟัง 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_22.jpg'></div>

รูปฤาษีนี้คือหมอประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้า หรือท่าน ชีวก โกมารทัจน์ ท่านเป็นที่นับถือของผู้ที่ศึกษาทางด้านการแพทย์แผนโบราณ รวมทั้งผู้คนที่เจ็บไข้ได้ป่วยก็มักจะมาขอพรจากท่านกัน 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_23.jpg'></div>

ยักษ์ทวารบาล ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาภายในบริเวณวัด ทั้งหมดมีอยู่ 6 คู่ด้วยกัน 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_24.jpg'></div>

วันที่ฟ้าไม่เปิด 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_25.jpg'></div>

ถ้าข้อมูลผมจำมาไม่ผิด ที่นี่น่าจะเป็นหมู่พระมหามณเฑียรนะครับ 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_26.jpg'></div>

บริเวณใกล้ๆกันครับ 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_27.jpg'></div>

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเป็นอาคารแบบยุโรปสมัยสมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรีย ส่วนหลังคาสร้างตามแบบไทยมียอดปราสาท 3 ยอด ว่ากันว่าเมื่อแรกสร้างนั้นมีขุนนางไทยเข้ามาเห็นถึงกับอุทานว่า ฝรั่งใส่ชฏา แต่ก็เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบยุโรปกับไทยได้อย่างสวยงาม 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_28.jpg'></div>

ต่างมุมมอง 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_29.jpg'></div>

มองต่างมุม 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_30.jpg'></div>

มองสูง

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_31.jpg'></div>

บัตรเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติคนละ 200 บาท 
ส่วนคนไทยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_32.jpg'></div> 

วัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง สามารถมาชมได้ 
ตั้งแต่ 8.00  16.00 น. สำหรับคนไทย 
และ 8.30  15.30 น. สำหรับชาวต่างประเทศ 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_33.jpg'></div> 

แบบจีนๆ 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_34.jpg'></div> 

เคยสังเกตกันไหมหนอว่าคำว่า "โกสินทร์" แปลว่า พระ  ส่วน "รัตนะ" ก็แปลว่า แก้ว เพราะงั้น ถ้าถอดเครื่องประดับรุงรังของคำว่า กรุงรัตนโกสินทร์ เราก็จะได้เจอตัวจริงที่ชื่อ เมืองพระแก้ว นั่นเอง

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_35.jpg'></div> 

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ตั้งอยู่ตรงมุมตะวันออกเฉียงเหนือ ของพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประดิษฐาน พระมหามณีรัตนปฏิมากร และใช้เป็นที่ประกอบ พระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญ วัดพระแก้วสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2327 วัดนี้เป็นวัดพุทธาวาส ภายในพระอุโบสถและระเบียงรอบวัด มีภาพเขียนฝาผนังสวยงามมาก

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_36.jpg'></div> 

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 1-9 ตลอดทุกรัชกาล สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ หอพระเทพบิดร ( เปลี่ยนชื่อเป็นปราสาทพระเทพบิดร ในสมัยรัชกาลที่ 6 ) พระปรางค์ 8 องค์ พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทนคร วัดจำลอง ฯลฯ

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_37.jpg'></div> 

ภายในบรรยากาศของพระบรมมหาราชวังแห่งนี้ คุณจะรู้สึกราวกับว่าได้กลับไปอยู่ในอีกยุคสมัยหนึ่ง เพราะถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมากว่า 200 ปีแล้วก็ตาม หากแต่ยังได้รับการดูแลรักษาอย่างดี และยังคงใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญหลายๆพิธีเช่นแต่ก่อนมา 
 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_38.jpg'></div> 

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกประการหนึ่งของที่นี่นั่นก็คือ ไม่ว่าจะมาเยี่ยมชมที่นี่สักกี่ครั้ง คุณจะรู้สึกว่าที่นี่ยังคงแปลกใหม่ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจและชวนศึกษาอยู่เสมอ

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/watphrakaew/watphrakaew_39.jpg'></div> 

</description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เรียกกันเป็นสามัญว่า วัดพระแก้ว ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ทางทิศตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง มีพระระเบียงล้อมรอบเป็นอาณาบริเวณ ทางด้านหน้ามีประตูสวัสดิโสภา ซึ่งเป็นประตูกำแพงพระบรมมหาราชวังเป็นทางเข้าพระอาราม สามารถติดต่อกับเขตพระราชฐานชั้นกลางได้ทางประตูดุสิตศาสดา

<div ......</p>]]></content:encoded>
            <comments>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=20</comments>
        </item>
                <item>
            <title>webmaster พาชมดอกไม้สวยๆในโรงเรียนมงฟอร์ตฯ</title>
            <link>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=19</link>
			<pubDate>18-01-2006 19:09:27</pubDate>
            <category>General</category>
            <guid>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=19</guid>
            <description>บรรยากาศภายในบริเวณมงฟอร์ตวิทยาลัย คงจะด้อยความร่มรื่นลงไปมาก หากขาดเหล่าบรรดาต้นไม้ ดอกไม้ต่างๆที่ชูยอด ดอกใบ โปรยเสน่ห์อยู่รายรอบโรงเรียน 

ผู้ซึ่งเฝ้าดูแลพืชพรรณไม้เหล่านี้ คือท่านภราดาอังเดร โยเซฟ เกแก็ง รองอธิการ ที่อยากจะให้โรงเรียนมงฟอร์ตของเรามีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม ใครเข้ามาเยี่ยมชมก็รู้สึกสบายตา ซึ่งพวกเราเลือดมงฟอร์ตทุกคนก็จะยิ้มด้วยความรู้สึกภูมิใจ

ช่วยๆกันรักษาความสะอาดกันดีกว่านะครับ  แค่ทิ้งขยะในถังหรือที่ที่ควรทิ้ง ก็ทำให้มงฟอร์ตดูดีขึ้นทันตาเห็น 

มงฟอร์ตก็คือบ้านของเรา สักวันหนึ่งข้างหน้าเมื่อมองย้อนกลับมา ภาพที่จะได้เห็นก็คือ ความสวยงามของโรงเรียนที่เรารักแห่งนี้แหละครับ  

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_10.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_11.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_12.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_13.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_14.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_15.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_16.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_17.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_19.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_20.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_21.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_22.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_23.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_24.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_25.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_26.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_27.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_28.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_29.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcflower/mcflower_30.jpg'></div></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>บรรยากาศภายในบริเวณมงฟอร์ตวิทยาลัย คงจะด้อยความร่มรื่นลงไปมาก หากขาดเหล่าบรรดาต้นไม้ ดอกไม้ต่างๆที่ชูยอด ดอกใบ โปรยเสน่ห์อยู่รายรอบโรงเรียน 

ผู้ซึ่งเฝ้าดูแลพืชพรรณไม้เหล่านี้ คือท่านภราดาอังเดร โยเซฟ เกแก็ง รองอธิการ ที่อยากจะให้โรงเรียนมงฟอร์ตของเรามีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม ใครเข้ามาเยี่ยมชมก็รู้สึกสบายตา ......</p>]]></content:encoded>
            <comments>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=19</comments>
        </item>
                <item>
            <title>webmaster พาไปชมถนนคนเดิน(Walking Street) เชียงใหม่</title>
            <link>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=18</link>
			<pubDate>18-01-2006 11:11:36</pubDate>
            <category>General</category>
            <guid>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=18</guid>
            <description>ถนนคนเดิน (Walking Street) เป็นหนึ่งในแนวคิดการพัฒนาเมืองและการกำหนดใช้พื้นที่เมืองให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน 
ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาและการใช้ประโยชน์พื้นที่ในเมือง ในหลายประเทศก็ได้กลายเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมงานศิลปะ วรรณศิลป์ จิตรกรรม ฯลฯ ตลอดจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยงต่างชาติจะต้องแวะมาเยี่ยมเยือน <BR>
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet01.jpg'></div>
ถนนคนเดินในประเทศไทย เริ่มต้นขึ้นครั้งแรก โดยรัฐบาล ภายใต้การนำของ พตท.ดร.ทักษิน ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เริ่มต้นใช้ถนนสีลม เป็นต้นแบบของ โครงการถนนคนเดินในประเทศไทย เป็นเวลา 7 สัปดาห์ <BR>
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet02.jpg'></div>
จากการตอบรับถนนคนเดินที่สีลม ทำให้รัฐบาลเห็นว่ารูปแบบกิจกรรม ถนนคนเดิน นอกเหนือจากจะสอดคล้องกับแผนพัฒนาเมือง โดยเฉพาะเมืองใหญ่ในภูมิภาค ดังเช่น จังหวัดเชียงใหม่ ยังสามารถปรับปรุงรูปแบบกิจกรรมใน ถนนคนเดิน ให้สอดรับกับความต้องการท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสมทั้งในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนการส่งเสริมคุณภาพชีวิตสำหรับคนในเมืองใหญ่นั้นๆ <BR>
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet03.jpg'></div>
จังหวัดเชียงใหม่ ในนาม เชียงใหม่ นพบุรีศรีนครพิงค์ นครแห่งความรุ่งเรืองด้านศิลปกรรม โบราณวัตถุ ตลอดจนวัฒนธรรมล้านนาที่เปี่ยมมนต์เสน่ห์ ซึ่งเป็นความรุ่งเรืองที่ก้าวไปพร้อมๆกับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ<BR>
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet04.jpg'></div>
 โดยเชียงใหม่ได้กำหนดกรอบวิสัยทัศน์ และแนวทางการพัฒนาจังหวัด ซึ่งหนึ่งในแนวทางการดำเนินงานก็คือ การกำหนดให้มีการใช้ที่ดินในจังหวัดอย่างเหมาะสม เพื่อให้เชียงใหม่เป็นเมืองน่าอยู่ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมๆกับการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เปี่ยมศักยภาพและกิจกรรม<BR> 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet05.jpg'></div>
ถนนคนเดิน ก็คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่จะมีการนำมาดำเนินการในจังหวัดเชียงใหม่ โดยกำหนดให้พื้นที่ดำเนินการคือ ถนนท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นถนนสายเศรษฐกิจเส้นแรกของจังหวัด มีประวัติความเป็นมายาวนาน<BR> 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet06.jpg'></div>
นับเป็นการปลุกวัฒนธรรมของพื้นที่ให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง เป็นการ คืนชีวิตให้ชุมชน คืนถนนให้คนเดิน โดยปิดถนนตั้งแต่แยกอุปคุตถึงประตูท่าแพ ความยาวประมาณ 950 เมตร โดยนำขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของล้านนามาเป็นหัวใจในการนำเสนอ ขณะเดียวกันก็สอดแทรกการรณรงค์ในเรื่องการประหยัดพลังงาน การลดมลพิษ และส่งเสริมการท่องเที่ยวไปในกิจกรรมพื้นฐานของ ถนนคนเดิน <BR>
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet07.jpg'></div>
โครงการนี้ นอกจากจะดำเนินเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังจะเป็นการก่อประโยชน์ให้ชุมชน ทั้งในแง่ของสังคม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิต เพราะการปิดถนน จะทำให้สามารถนำพื้นที่มาสร้างเป็นลานกิจกรรมทางสังคม กลายเป็นที่สาธารณะกลางเมืองให้ชุมชน<BR> 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet08.jpg'></div>
และนอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ให้มีรายได้จากการนำผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเองได้ในครัวเรือนมาจำหน่าย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาของชาวบ้านได้อีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งให้โอกาสถนนและพื้นที่ได้ฟื้นตัวจากมลพิษ ปรับปรุงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมของเมือง และสุขภาพจิตของประชาชน<BR> 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet09.jpg'></div>
ระยะแรก กิจกรรมถูกกำหนดให้จัดทุกๆวันอาทิตย์ โดยเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์  วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2545 รวมทั้งสิ้น 10 ครั้ง โดยใช้ชื่อว่า 10 มหัศจรรย์ล้านนาที่ท่าแพ ดำเนินการโดยบริษัทเจ เอส แอล <BR>
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet10.jpg'></div>
หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้มอบหมายให้เทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดกิจกรรมถนนคนเดินต่อเนื่องทุกสัปดาห์ โดยเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2545 เวลา 13.00  22.00 น. <BR>
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet11.jpg'></div>
ต่อมา เทศบาลฯ จะทำการย้ายสายสาธารณูปโภคบนถนนท่าแพลงใต้ดิน จึงได้ย้ายการจัดกิจกรรมถนนคนเดินจากถนนท่าแพ ไปจัดที่ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2547 เป็นต้นมา ระยะทางประมาณ 1.50 กิโลเมตร และจัดกิจกรรมการแสดง บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และได้เปลี่ยนเวลาเป็น 15.00  22.00 น. เพื่อความเหมาะสม<BR> 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/walkingstreet12.jpg'></div>
ถนนคนเดิน จึงจัดได้ว่าเป็นโครงการที่ดีมากของจังหวัดเชียงใหม่ที่ทุกฝ่ายสมควรจะสนับสนุนส่งเสริมให้คงอยู่ตลอดไป ทั้งนี้ เพื่ออำนวยประโยชน์มหาศาลแก่ทั้งคนท้องถิ่น ที่สามารถใช้เป็นแหล่งจัดจำหน่ายหัตถกรรมพื้นเมือง และนักท่องเที่ยว ก็มีโอกาสซื้อสินค้าจากผู้ผลิตท้องถิ่น เป็นสิ่งที่น่าประทับใจอีกประการหนึ่งของการท่องเที่ยวที่จะนำเชียงใหม่ให้มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ และมีเสน่ห์ในการมาเยี่ยมเยือนอยู่ตลอดไป 
</description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ถนนคนเดิน (Walking Street) เป็นหนึ่งในแนวคิดการพัฒนาเมืองและการกำหนดใช้พื้นที่เมืองให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน 
ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาและการใช้ประโยชน์พื้นที่ในเมือง ในหลายประเทศก็ได้กลายเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมงานศิลปะ วรรณศิลป์ จิตรกรรม ฯลฯ ตลอดจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยงต่างชาติจะต้องแวะมาเยี่ยมเยือน ......</p>]]></content:encoded>
            <comments>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=18</comments>
        </item>
                <item>
            <title>webmaster พาเยี่ยมชมวัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี จังหวัดแพร่</title>
            <link>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=17</link>
			<pubDate>18-01-2006 10:54:00</pubDate>
            <category>General</category>
            <guid>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=17</guid>
            <description>วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี เป็นวัดที่สวยงามตามลักษณะของสถาปัตยกรรมล้านนาแบบผสมผสาน ที่หลวงพ่อมนตรีได้จำลองรูปแบบมาจากวัดสำคัญๆของภาคเหนือ และจากประเทศอื่นได้แก ่พม่า จีน และลาว โดยเลือกเอาจุดเด่นของแต่ละแห่งมารวบรวมไว้ที่วัดนี้ เป็นการผสมผสานที่ลงตัว ทำให้มีลักษณะต่างจากวัดทั่วไป นอกจากจะนำเอาสุดยอดงานด้านพุทธศิลป์ของล้านนาที่มีชื่อเสียงมารวมกันไว้ที่เดียวแล้ว ยังต้องระดมช่างที่มีฝีมือเป็นเลิศ ออกแบบและก่อสร้างให้กลมกลืนกันอีกด้วย 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_01.jpg'></div>

ออกจะเป็นเรื่องแปลกและน่าอัศจรรย์ หากใครได้มาเห็นวัดพระธาตุสุโทน ที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ แล้วมีคนบอกว่า ทั้งหมดที่เห็นนี้เป็นฝีมือของเจ้าอาวาสที่อายุเพียงแค่ 30 กว่าปี ชื่อหลวงพ่อมนตรี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ครูบาน้อย 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_02.jpg'></div>

บางคนอาจบอกว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ว่าเป็นไปได้ยังไงที่พระรูปหนึ่ง อดีตเป็นเด็กลูกชาวนาในพื้นที่ อ.เด่นชัย เคยเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย และเรียนหนังสือแค่ชั้นประถมปีที่ 7 จากนั้นก็ต้องออกด้วยเหตุผลเพราะต้องการบวช 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_03.jpg'></div>

จนถึงปี 2521 (ขณะอายุ 18 ) ก็เริ่มก่อสร้างวัด จากนั้นอีก 17 ปี ก็แล้วเสร็จ และได้ทำพิธีฝังลูกนิมิตเมื่อปี 2540 โดยสมเด็จพระบรมฯเสด็จแทนพระองค์ 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_04.jpg'></div>

หลวงพ่อมนตรีมีความรู้ความชำนาญในเชิงช่างมาจากไหน และทำไมถึงเก่งขนาดนี้..... 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_05.jpg'></div>

หลวงพ่อมนตรี เดิมชื่อเด็กชายมนตรี บุญมี เกิด พ.ศ. 2503 มีความสนใจพุทธศาสนา และสนใจงานปั้นมาแต่เด็ก ชอบปั้นพระมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เมื่ออายุได้ 9 ปี เคยปั้นพระหน้าตักกว้าง 3 ศอก ไว้กลางทุ่งนาแถวบ้านป่าหวาย อ.เด่นชัย โดยใช้เวลาปั้นแค่วันเดียว 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_06.jpg'></div>

เมื่อบวชเรียนก็ศึกษางานปั้นจากช่างอาวุโสที่สอนหล่อพระหล่อระฆัง จากคุณตาหมื่น บุญยเวทย์ วัย 85 และคุณตาอยู่ คะณา วัย 80 ปี จากบ้านเตว็จ จังหวัดสุโขทัย จากนั้นก็ได้รับการถ่ายทอดการปั้นพระและสร้างวิหารจากครูบาคัมภีระปัญญา วัดเฟือยลุง จ.น่าน 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_07.jpg'></div>

การสร้างวัด 
หลวงพ่อมนตรี ได้นำเอาจุดเด่นของวัดหลายแห่งมาประยุกต์ไว้ที่วัดนี้ จากการที่ได้ตระเวณตามวัดต่างๆทางภาคเหนือและดินแดนล้านนาในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน เมืองเชียงตุง พม่า และจากประเทศลาว เพื่อศึกษารูปแบบของศิลปะล้านนาที่บรรพบุรุษได้สรรสร้างไว้ ทั้งงานปั้น งานแกะสลัก รวมทั้งจิตกรรมฝาผนัง พร้อมกันนี้ก็ได้เสาะหาช่างฝีมือเอกของล้านนามาร่วมงานสร้างวัดพระธาตุสุโทน บนที่ดิน 25 ไร่ ของดอยม่อนทอง ที่ได้รับการบริจาคจากชาวบ้าน ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ปลูกฝ้ายมาก่อน 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_08.jpg'></div>

คำว่า ครูบา ตามประเพณีของล้านนาแล้วจะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการตามจารีตประเพณี โดยจะมีพระเถระเป็นกรรมการ พิจารณาความเหมาะสมว่าสมควรได้รับสมณะครูบา นั่นก็คือจะต้องได้รับการยอมรับและผ่านความเห็นชอบจากคณะสงฆ์ว่าได้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม และนอกจากจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสงฆ์แล้ว ยังต้องได้รับการยอมรับ เห็นพ้องจากสังคมชาวบ้านด้วย 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_09.jpg'></div>

ปัจจุบันการแต่งตั้งครูบาในเมืองไทยไม่มีแล้ว แต่ที่เชียงตุงยังสืบสานประเพณีโบราณนี้อยู่ และในปันั้นมีพระจากภาคเหนือและประเทศทางแถบล้านนาได้รับเลื่อนสมณะศักดิ์เป็นครูบาจำนวน 5 รูป 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_10.jpg'></div>

สถานที่ตั้งวัด
ตั้งอยู่บนถนนหมายเลข 101 เด่นชัย-ลำปาง ห่างจากสี่แยกเด่นชัยประมาณ 5 กม. อยู่ห่างจากจังหวัดแพร่ประมาณ 30 กม. ตั้งอยู่ ณ บ้านห้วยน้ำพริก หมู่ที่5 ต.เด่นชัย อ.เด่นชัย จ.แพร่ สถานที่ใกล้เคียง ได้แก่ กองพันทหารม้าที่ 12 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_11.jpg'></div>  

<div align=center><B>ภาพจากวัดพระธาตุช่อแฮ  จังหวัดแพร่ </B></div>
พระธาตุช่อแฮประดิษฐานอยู่ ณ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ ๙ กิโลเมตร 
องค์พระธาตุตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ เช่นเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง สำหรับชื่อที่เรียกนี้ บางท่านอธิบายว่า เดิมมาจากชื่อว่า ช่อแพร และเมืองแพร่ก็คือเมืองแพร่ 
ตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าได้ประทานพระเกศธาตุองค์หนึ่ง แก่พระอรหันต์ และพระเจ้าอโศกมหาราช ให้แก่ชาวลัวะ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระอรหันต์ได้นำพระธาตุส่วนข้อศอกด้านซ้าย มาประดิษฐานไว้ในพระสถูป ที่ดอยโกสัยชัคคบรรพต หรือดอยช่อแพร หรือช่อแฮแห่งนี้ 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_a.jpg'></div>

ตามประวัติกล่าวว่า สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าลิไท แห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งอยู่ในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ หัวหน้าชนชาวละว้าได้สร้างองค์พระธาตุสูง ๓๓ เมตร ฐานเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง กว้างด้านละสิบเมตร องค์พระธาตุ บุด้วยทองดอกบวบ เป็นศิลปแบบเชียงแสน ภายในบรรจุพระเกศธาตุ  
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_b.jpg'></div>

การได้ชื่อว่าช่อแฮได้มาจากการที่ชาวบ้าน ได้นำแพรชั้นดีจากสิบสองปันนา มาผูกบูชาพระธาตุ ซึ่งได้ชื่อว่า ช่อแพร และได้กลายมาเป็นช่อแฮในปัจจุบัน 
งานนมัสการพระธาตุประจำปี จะมีในวันขึ้น ๑๑ ถึง ๑๕ ค่ำเดือนสี่ 
<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th/montfortnews/upload/watsuton_c.jpg'></div> </description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี เป็นวัดที่สวยงามตามลักษณะของสถาปัตยกรรมล้านนาแบบผสมผสาน ที่หลวงพ่อมนตรีได้จำลองรูปแบบมาจากวัดสำคัญๆของภาคเหนือ และจากประเทศอื่นได้แก ่พม่า จีน และลาว โดยเลือกเอาจุดเด่นของแต่ละแห่งมารวบรวมไว้ที่วัดนี้ เป็นการผสมผสานที่ลงตัว ทำให้มีลักษณะต่างจากวัดทั่วไป นอกจากจะนำเอาสุดยอดงานด้านพุทธศิลป์ของล้านนาที่มีชื่อเสียงมารวมกันไว้ที่เดียวแล้ว ......</p>]]></content:encoded>
            <comments>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=17</comments>
        </item>
                <item>
            <title>webmaster ชวนชมภาพเก็บตกกรีฑาสีมงฟอร์ตวิทยาลัย 2549</title>
            <link>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=16</link>
			<pubDate>18-01-2006 10:23:19</pubDate>
            <category>General</category>
            <guid>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=16</guid>
            <description>ภาพเก็บตกจากการแข่งขันกรีฑาสีโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม จังหวัดเชียงใหม่  ครั้งที่ 40 ประจำปีการศึกษา 2549 ระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายน 2549 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_10.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_11.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_12.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_13.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_14.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_15.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_16.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_17.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_18.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_19.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_20.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_21.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_22.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_23.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_24.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_25.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_26.jpg'></div></description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>ภาพเก็บตกจากการแข่งขันกรีฑาสีโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม จังหวัดเชียงใหม่  ครั้งที่ 40 ประจำปีการศึกษา 2549 ระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายน 2549 

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_10.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_11.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_12.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_13.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_14.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_15.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_16.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_17.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_18.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_19.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_20.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_21.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_22.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_23.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_24.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_25.jpg'></div>

<div align=center><img src='http://www.montfort.ac.th//montfortnews/upload/mcscportday49/sport49_26.jpg'></div>...</p>]]></content:encoded>
            <comments>http://www.montfort.ac.th/applications/bloggie/index.php?mode=viewid&amp;post_id=16</comments>
        </item>
            </channel>
</rss>


